
สอบสัมภาษณ์ทุนส่งเสริมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในต่างประเทศ มทร.ธัญบุรี
กุมภาพันธ์ 11, 2026
ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการและการดำเนินงานด้านสหกิจศึกษา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
กุมภาพันธ์ 13, 2026มทร.ธัญบุรี พัฒนาสารเคลือบนาโน ลดต้นทุนล้างกระจกอาคารได้ถึง 87.5% นวัตกรรมเด่นจากโครงการ
สหกิจศึกษาร่วมสถานประกอบการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพจริงร่วมกับสถานประกอบการ จนสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้ในภาคอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือการพัฒนาสารเคลือบนาโนสำหรับกระจกอาคารสูง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดูแลรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง
ผลงานดังกล่าวเป็นโครงงานสหกิจศึกษาที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา และสถานประกอบการภาคเอกชน โดยมุ่งเน้น
การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรมอาคารและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะปัญหาการทำความสะอาดกระจกอาคารสูงซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง และต้องดำเนินการหลายครั้งต่อปี
ทีมผู้พัฒนาได้คิดค้น “สารเคลือบคอมโพสิตบนพื้นผิว SiO₂–PVDF ด้วยเทคโนโลยีโซล-เจล” เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการไม่ชอบน้ำ (Hydrophobic) ให้กับพื้นผิวกระจก ส่งผลให้น้ำไม่สามารถเกาะตัวได้ง่าย ลดการสะสมของคราบน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ โดยการทดสอบพบว่าสารเคลือบมีมุมสัมผัสน้ำสูงถึง 108.6 องศา ซึ่งถือเป็นระดับที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการไล่น้ำได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกาะของฝุ่นบนพื้นผิวกระจกได้ถึง 91.1% ทำให้กระจกสะอาดใสได้นานขึ้น
เมื่อนำไปทดลองใช้งานจริงร่วมกับสถานประกอบการ พบว่าสามารถลดความถี่ในการล้างกระจกของอาคารสูงจากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาลดลงถึง 87.5% ซึ่งนับเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ต้องทำงานในที่สูงอีกด้วย
ในด้านศักยภาพทางธุรกิจ ผลการประเมินเบื้องต้นระบุว่า นวัตกรรมสารเคลือบนาโนดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจได้สูงถึง 546% ต่อหน่วยการผลิต สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทั้งในกลุ่มอาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรีให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบสหกิจศึกษาเชิงรุก โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงผลงานเชิงทฤษฎีในห้องเรียน
“นโยบายของมหาวิทยาลัยคือการสร้างบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง การทำสหกิจศึกษาร่วมกับสถานประกอบการช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบัณฑิตทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ” อธิการบดีกล่าว
ความสำเร็จของโครงงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของสหกิจศึกษาในการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำงานวิจัยและองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในฐานะสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนคุณภาพ พร้อมสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี โทร. 02 549 4150
SDGs ที่เกี่ยวข้อง
- SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
-
SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
-
SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน













